ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง และกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้โครงการก่อสร้างทั่วโลกถึง 45% ต้องเผชิญภาวะล่าช้า1
สำหรับภูมิภาคเอเชีย วิกฤตสภาพอากาศแปรปรวนนับเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับภาคการก่อสร้าง โดยในปี 20232 เอเชียจัดเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงที่สุดในโลก มีประชาชนมากกว่า 9 ล้านคนต้องเผชิญกับพายุและอุทกภัย อย่างเหตุการณ์ล่าสุดที่ไต้ฝุ่นแคมี (Gaemi) ก็ส่งผลให้โครงการก่อสร้างนอกชายฝั่งในมณฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน ต้องสั่งอพยพคนงานและเรียกเรือทั้งหมดกลับเข้าฝั่งทันที3 ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นความร้อน ต่างเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่ทำให้บริษัทก่อสร้างต้องแบกรับภาระงานที่ล่าช้าและระยะเวลาโครงการที่ยืดขยายออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อคลื่นความร้อนมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นถี่และยาวนานขึ้น อุตสาหกรรมก่อสร้างในเอเชียซึ่งต้องพึ่งพาแรงงานและการทำงานกลางแจ้งเป็นหลัก จึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ ข้อมูลจากรายงานของ Air Force Institute of Technology ระบุว่า ทุก ๆ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1°C จากระดับ 28°C ประสิทธิภาพการทำงานของแรงงานก่อสร้างอาจลดลงมากถึง 57%
ผลกระทบนี้เกิดขึ้นจริงแล้วกับหลายบริษัทในสิงคโปร์ ซึ่งผู้รับเหมาต้องเผชิญกับงานล่าช้าสะสมนานถึง 2 เดือน เนื่องจากแรงงานล้มป่วยจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด4 นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบว่า ยิ่งลักษณะงานต้องใช้แรงกายและพลังสมองมากเท่าไร ภาวะความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) ก็ยิ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากขึ้นเท่านั้น โดยคาดการณ์ว่าการสูญเสียเวลาทำงานที่มีประสิทธิภาพนี้ อาจสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจสูงถึง 2.22 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ภายในปี 20355
นอกเหนือจากความล่าช้าและประสิทธิภาพที่ลดลงแล้ว ธุรกิจก่อสร้างยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสภาพอากาศในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อีกด้วย หากซัพพลายเออร์อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ โรงงาน ระบบการขนส่ง หรือโครงสร้างพื้นฐานก็อาจได้รับความเสียหายจนไม่สามารถส่งมอบวัสดุได้ตามกำหนด ยิ่งในเอเชียซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเส้นทางการค้า 49 เส้นทางที่ใหญ่ที่สุดในโลกจาก 80 เส้นทาง (และอีก 22 เส้นทางที่ตัดผ่านทั้งสองฝั่ง) ผลกระทบทางห่วงโซ่อุปทานยิ่งส่งผลสะเทือนต่อโครงการก่อสร้างอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น6
เมื่อวิกฤตโลกรวนทำให้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงและยาวนานขึ้น ยุคนี้จึงเป็นยุคที่การวางกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงด้านสภาพอากาศกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดที่ทุกองค์กรละเลยไม่ได้อีกต่อไป
1. ทำแบบจำลองความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk Modelling) ตลอดวงจรชีวิตโครงการ
ช่วยในการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ ด้วยการประเมินทางเลือกในการลดและถ่ายโอนความเสี่ยง พร้อมเปิดมุมมองการบริหารจัดการในระยะยาว
2. ทบทวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมความเสี่ยง (Risk Engineering Design Review) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้สินทรัพย์สำคัญ
เมื่อทำงานร่วมกับการทำแบบจำลองความเสี่ยง การทบทวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนี้จะช่วยให้องค์กรของคุณจัดทำเงื่อนไขประกันภัยที่ครอบคลุมและเหมาะสมที่สุด
3. ระบุความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Risk Identification) เพื่อแผนบริหารจัดการที่ครอบคลุม
เพิ่มความยืดหยุ่นและลดการหยุดชักงักของโครงการ ด้วยการเตรียมจัดหาแหล่งซัพพลายเออร์สำรองไว้ล่วงหน้า
ในมาเลเซียตะวันออก โครงการก่อสร้างเขื่อนโรงไฟฟ้าพลังน้ำต้องเผชิญกับภัยคุกคามครั้งใหญ่จากภาวะฝนตกหนักและวิกฤตสภาพอากาศ ซึ่งเสี่ยงทำให้น้ำล้นพนังกั้นน้ำชั่วคราว (Cofferdam) และนำไปสู่งานล่าช้าที่มีมูลค่าความเสียหายสูงรวมถึงปัญหาน้ำท่วมเพื่อความปลอดภัย
เราได้นำตัวแปรปรากฏการณ์เอนโซ่ (El Niño Southern Oscillation หรือ ENSO) มาใช้เป็นปัจจัยหลักในการวิเคราะห์ปริมาณฝน จากนั้นใช้บริการเฉพาะของ Marsh ที่ชื่อว่า CLAW (Construction Lapses Attributable to Weather) ซึ่งเป็นโมเดลจำลองความเสี่ยงทางกายภาพจากฝนตกเพื่อประเมินแนวโน้มการหยุดชะงักของโครงการ
สิ่งที่พบจากการทำแบบจำลองความเสี่ยงทางกายภาพ ได้แก่
ประโยชน์ที่โครงการได้รับจากการทำแบบจำลองความเสี่ยงมีดังนี้
สิ่งที่ลูกค้าได้รับจากผลการประเมินครั้งนี้ประกอบด้วย
เมื่อสภาพอากาศแปรปรวนเกิดขึ้นถี่และยาวนานขึ้น บริษัทก่อสร้างในเอเชียจึงจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลความเสี่ยงด้านสภาพอากาศที่สำคัญ เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจและเพิ่มความพร้อมในการรับมือ
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศของ Marsh ใช้แบบจำลองและข้อมูลเทคโนโลยีล่าสุดในการประเมินความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้องค์กรของคุณวางกลยุทธ์รับมือและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1 Air Force Institute of Technology (2021), Weather-related Construction Delays in a Changing Climate: A Systematic State-of-the-art Review
2 UN News (2024), WMO report: Asia hit hardest by climate change and extreme weather
3 The Guardian (2024), Typhoon Gaemi: ‘race against time’ to contain massive oil spill in Philippines
4 Channel News Asia (2023), Some contractors face delays of up to two months, as more workers fall sick due to warmer weather
5 National University of Singapore (2024), Heat stress causes lower fertility, productivity and reduced cognitive capacity: Project HeatSafe
6 Forbes (2024), In Asia’s New Era, Optimism Is Tempered By Political Change