Skip to main content

ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจและซัพพลายเชน

ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจและซัพพลายเชน (Business Interruption หรือ BI) ไม่ได้เกิดจากความเสียหายต่อทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังอาจเกิดจากความล้มเหลวของซัพพลายเชน เหตุเพลิงไหม้ การก่อการร้าย การเรียกคืนสินค้า หรือแม้แต่การโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งล้วนส่งผลให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักได้

ธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้ดำเนินอยู่เพียงลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร เมื่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจมีความเชื่อมโยงและผันผวนมากขึ้น การเข้าใจความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินงานในแต่ละวันอย่างรอบด้านและทันสมัย พร้อมเตรียมแผนบริหารจัดการไว้ล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การหยุดชะงักทางธุรกิจสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายจากพายุรุนแรง เครื่องจักรขัดข้อง ข้อพิพาทเรื่องแรงงาน การโจมตีทางไซเบอร์ หรือเหตุการณ์ความเสี่ยงอื่น ๆ โดยอาจก่อให้เกิดความเสียหายตั้งแต่ยอดขายลดลง ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการสูญเสียซัพพลายเออร์หลัก ไปจนถึงการสูญเสียรายได้ในอนาคตจากเหตุการณ์ที่กระทบต่อธุรกิจ

แม้ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หลายองค์กรยังคงเผชิญความท้าทายในการประเมินและบริหารความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการดำเนินงาน การเงิน รวมถึงข้อมูลจำนวนมากที่ต้องรวบรวมจากหลายส่วนขององค์กร

ผู้เชี่ยวชาญด้าน Business Interruption ของ Marsh พร้อมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุที่อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก ทดสอบความพร้อมรับมือขององค์กร และพัฒนากลยุทธ์การบริหารและถ่ายโอนความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ และในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเคลมของเราจะช่วยประเมินความเสียหายและต้นทุนจากการหยุดชะงักอย่างถูกต้อง พร้อมสนับสนุนการเรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัทประกันให้เหมาะสมที่สุด

ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราจะทำงานร่วมกับผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องขององค์กรคุณ เพื่อวิเคราะห์และลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

ปัจจุบันองค์กรไม่ได้ดำเนินธุรกิจอย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายธุรกิจระดับโลกที่มีความซับซ้อนและผันผวน พร้อมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก การเข้าใจระบบนิเวศของซัพพลายเชนอย่างรอบด้าน พร้อมเสริมความยืดหยุ่นขององค์กรให้ตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ

กลยุทธ์เสริมความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนสามารถเป็นกรอบสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของเครือข่ายซัพพลายเชนแบบบูรณาการ แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของบริการแบบครบวงจร ซึ่งครอบคลุมการประเมินมูลค่า BI การทบทวนกรมธรรม์ การเตรียมเคลม และการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ด้วยการวิเคราะห์ BI ในหลายมิติ โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้าน Business Interruption ของ Marsh (BICoE) จะช่วยให้องค์กรเลือกบริการที่เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยงเฉพาะได้อย่างตรงจุด เราทำงานร่วมกับทีมงาน Marsh ในหลายแผนก ลูกค้า บริษัทประกัน และองค์กรวิชาชีพ เพื่อยกระดับความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยง BI และการประเมินมูลค่าความเสี่ยงอย่างแม่นยำ เพื่อสื่อสารกับตลาดประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำเสนอทางเลือกความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ธุรกิจแต่ละองค์กรอย่างแท้จริงด้วยบริการการถ่ายโอนความเสี่ยงที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ

ผลิตภัณฑ์

บริหารต้นทุนความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องธุรกิจจากการหยุดชะงัก

คำถามที่พบบ่อย

โดยทั่วไป ประกันภัยความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจมักรวมอยู่ในกรมธรรม์ประกันทรัพย์สินขององค์กร หรือสามารถเพิ่มความคุ้มครองเพิ่มเติมผ่านเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ได้ ประกันประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อได้ในช่วงวิกฤตที่เกิดจากความเสียหายต่อทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศรุนแรง ภัยธรรมชาติ ปัญหาซัพพลายเชน ข้อพิพาทด้านแรงงาน หรือเหตุการณ์อื่นที่ทำให้ธุรกิจสะดุด ความคุ้มครองนี้มีความสำคัญอย่างมากในกรณีที่รายได้ของธุรกิจหยุดชะงักเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ

ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับรายละเอียดของกรมธรรม์ โดยทั่วไปจะครอบคลุมการสูญเสียรายได้จากความเสียหายต่อทรัพย์สินโดยตรง รวมถึงช่วยรองรับค่าใช้จ่ายเพื่อให้ธุรกิจยังดำเนินต่อได้ในช่วงที่ได้รับผลกระทบ

โดยปกติ กรมธรรม์ประเภทนี้มักกำหนดค่าเสียหายส่วนแรก (deductible) และ/หรือระยะเวลารอคอยก่อนที่บริษัทประกันจะเริ่มจ่ายค่าสินไหม นอกจากนี้ ความคุ้มครองอาจมีข้อจำกัดทั้งในด้านระยะเวลาที่คุ้มครอง หรือวงเงินย่อยที่ระบุไว้ภายใต้กรมธรรม์ประกันทรัพย์สินด้วย

ธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของการดำเนินงาน ไม่ว่าจะจากภัยธรรมชาติ ปัญหาซัพพลายเชน หรือการโจมตีทางไซเบอร์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ควรพิจารณาประกันประเภทนี้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ไม่ได้มีเงินสำรองจำนวนมาก แต่ยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน เงินกู้ หรือค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น ๆ หากไม่มีรายได้ต่อเนื่องหรือการชดเชยจากประกัน ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบทางการเงินที่รุนแรงได้

ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมักเป็นส่วนขยายของกรมธรรม์ประกันทรัพย์สิน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นในช่วงฟื้นฟูธุรกิจ ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นหากไม่มีเหตุหยุดชะงัก เมื่อเกิดความเสียหาย ธุรกิจมีหน้าที่ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุด ค่าใช้จ่ายที่ช่วยลดความเสียหายมักอยู่ในความคุ้มครองของการสูญเสียรายได้จากธุรกิจ ตราบใดที่ไม่เกินมูลค่าความเสียหายจริง

การหยุดให้บริการสาธารณูปโภคสามารถครอบคลุมได้ผ่านการขยายความคุ้มครองในกรมธรรม์ Business Interruption โดยทั่วไปจะคุ้มครองการสูญเสียรายได้จากความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ให้บริการ เช่น ไฟฟ้า น้ำ ก๊าซ โทรคมนาคม หรือสาธารณูปโภคอื่น ๆ ทรัพย์สินดังกล่าวอาจรวมถึงสายส่ง (transmission line) โรงงาน สถานีย่อย หรืออุปกรณ์ที่ใช้ให้บริการแก่สถานประกอบการนั้น

อย่างไรก็ตาม ความคุ้มครองอาจมีข้อจำกัด เช่น

  • ข้อจำกัดเรื่องระยะทาง โดยความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ให้บริการสาธารณูปโภคจะต้องเกิดขึ้นภายในระยะที่ระบุไว้ เมื่อเทียบกับสถานที่ตั้งของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้
  • การยกเว้นความคุ้มครองสำหรับภัยบางประเภท เช่น แผ่นดินไหว
  • ความเสียหายที่เกิดกับสายส่งหรือสายจำหน่ายเหนือพื้นดินบางประเภท อาจไม่อยู่ในความคุ้มครอง
  • ระยะเวลารอคอยก่อนเริ่มคุ้มครอง ซึ่งโดยทั่วไปจะประมาณ 24–48 ชั่วโมง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจะยังไม่สามารถเรียกร้องความคุ้มครองได้ เว้นแต่การหยุดให้บริการจะยาวนานเกินระยะเวลาที่กำหนดไว้

ความคุ้มครอง Contingent Business Interruption คือความคุ้มครองการสูญเสียรายได้ของธุรกิจที่เกิดจากความเชื่อมโยงกับคู่ค้าหรือเครือข่ายทางธุรกิจ กล่าวคือ หากทรัพย์สินของซัพพลายเออร์ คู่ค้า หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ธุรกิจเกิดความเสียหาย ถูกทำลาย หรือใช้งานไม่ได้ จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของคุณ ประกันประเภทนี้อาจช่วยชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปได้ โดยทั่วไป ความคุ้มครองจะครอบคลุม ซัพพลายเออร์ที่จัดหาสินค้าหรือบริการให้กับธุรกิจของคุณโดยตรง รวมถึง ลูกค้าหรือคู่ค้าที่รับสินค้าหรือบริการจากคุณโดยตรง อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่ค้าเหล่านี้มักต้องเป็นลักษณะที่อยู่ในขอบเขตความคุ้มครองเดียวกับที่กรมธรรม์ของคุณจะคุ้มครอง หากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของธุรกิจคุณเอง

แม้ความคุ้มครอง Contingent Business Interruption ส่วนใหญ่จะเน้นความสัมพันธ์ทางธุรกิจโดยตรง แต่ในบางกรณีสามารถขยายไปครอบคลุม ซัพพลายเออร์ของซัพพลายเออร์ (Indirect หรือ Second-tier suppliers) ได้ด้วย โดยเงื่อนไขความคุ้มครองลักษณะนี้มักกำหนดให้ต้องระบุรายชื่อซัพพลายเออร์ทางอ้อมไว้ในกรมธรรม์อย่างชัดเจน หรือเป็นไปตามข้อกำหนดอื่นที่บริษัทประกันระบุ

เราเห็นชัดเจนในช่วงการระบาดของโควิด-19 รวมถึงเหตุความไม่สงบในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา ว่าการบริหารความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจอย่างใกล้ชิดมีความสำคัญมากขึ้น หลายธุรกิจจำเป็นต้องปิดดำเนินการชั่วคราว เผชิญปัญหาซัพพลายเชนสะดุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และบางกรณียังได้รับความเสียหายต่อทรัพย์สินโดยตรงอีกด้วย

ทีมที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงของ Marsh สามารถช่วยประเมินปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก รวมถึงช่วยวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กรของคุณ จากนั้นเราจะร่วมกับทีมของคุณวางแผนบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ธุรกิจรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

การวางแผนเชิงป้องกันถือเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงจาก Business Interruption การกำหนดนโยบายและมาตรการที่ช่วยป้องกันปัญหาล่วงหน้าจะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเตรียมแผนรับมือเมื่อเกิดเหตุ รวมถึงการวางความคุ้มครองประกันภัยที่เหมาะสม ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัวได้เร็วหากเกิดการหยุดชะงักจริง

ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงสามารถช่วยปรับความคุ้มครองให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ วางกลยุทธ์ลดความเสี่ยงที่เหมาะสม และให้คำแนะนำในการบริหารการเรียกร้องค่าสินไหม เพื่อให้ธุรกิจได้รับการชดเชยอย่างเหมาะสมเมื่อเกิดความเสียหาย

ทีมงานของเรา

Kundis Sethapongkul

Kundis Sethapongkul

Growth Leader, Thailand

  • Thailand

Placeholder Image

Glenn Eaglestone

Practice Leader Forensic Accounting & Claims Services, Asia

  • Australia

Please note that Marsh PB Co., Ltd and Marsh McLennan are not engaged by nor involved in any manner with Bonus Ranch and its promotion, and has not placed any insurance for nor insured any of its businesses or operations. Marsh as a licensed insurance broker will not request customers to make payment via non-standard methods, such as the transfer of money to any individual’s bank account.