Kundis Sethapongkul
Growth Leader, Thailand
-
Thailand
ธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้ดำเนินอยู่เพียงลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร เมื่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจมีความเชื่อมโยงและผันผวนมากขึ้น การเข้าใจความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินงานในแต่ละวันอย่างรอบด้านและทันสมัย พร้อมเตรียมแผนบริหารจัดการไว้ล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ
การหยุดชะงักทางธุรกิจสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายจากพายุรุนแรง เครื่องจักรขัดข้อง ข้อพิพาทเรื่องแรงงาน การโจมตีทางไซเบอร์ หรือเหตุการณ์ความเสี่ยงอื่น ๆ โดยอาจก่อให้เกิดความเสียหายตั้งแต่ยอดขายลดลง ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการสูญเสียซัพพลายเออร์หลัก ไปจนถึงการสูญเสียรายได้ในอนาคตจากเหตุการณ์ที่กระทบต่อธุรกิจ
แม้ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หลายองค์กรยังคงเผชิญความท้าทายในการประเมินและบริหารความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการดำเนินงาน การเงิน รวมถึงข้อมูลจำนวนมากที่ต้องรวบรวมจากหลายส่วนขององค์กร
ผู้เชี่ยวชาญด้าน Business Interruption ของ Marsh พร้อมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุที่อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก ทดสอบความพร้อมรับมือขององค์กร และพัฒนากลยุทธ์การบริหารและถ่ายโอนความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ และในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเคลมของเราจะช่วยประเมินความเสียหายและต้นทุนจากการหยุดชะงักอย่างถูกต้อง พร้อมสนับสนุนการเรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัทประกันให้เหมาะสมที่สุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราจะทำงานร่วมกับผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องขององค์กรคุณ เพื่อวิเคราะห์และลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น
ปัจจุบันองค์กรไม่ได้ดำเนินธุรกิจอย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายธุรกิจระดับโลกที่มีความซับซ้อนและผันผวน พร้อมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก การเข้าใจระบบนิเวศของซัพพลายเชนอย่างรอบด้าน พร้อมเสริมความยืดหยุ่นขององค์กรให้ตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ
กลยุทธ์เสริมความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนสามารถเป็นกรอบสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของเครือข่ายซัพพลายเชนแบบบูรณาการ แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของบริการแบบครบวงจร ซึ่งครอบคลุมการประเมินมูลค่า BI การทบทวนกรมธรรม์ การเตรียมเคลม และการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ด้วยการวิเคราะห์ BI ในหลายมิติ โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้าน Business Interruption ของ Marsh (BICoE) จะช่วยให้องค์กรเลือกบริการที่เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยงเฉพาะได้อย่างตรงจุด เราทำงานร่วมกับทีมงาน Marsh ในหลายแผนก ลูกค้า บริษัทประกัน และองค์กรวิชาชีพ เพื่อยกระดับความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยง BI และการประเมินมูลค่าความเสี่ยงอย่างแม่นยำ เพื่อสื่อสารกับตลาดประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำเสนอทางเลือกความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ธุรกิจแต่ละองค์กรอย่างแท้จริงด้วยบริการการถ่ายโอนความเสี่ยงที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ
โดยทั่วไป ประกันภัยความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจมักรวมอยู่ในกรมธรรม์ประกันทรัพย์สินขององค์กร หรือสามารถเพิ่มความคุ้มครองเพิ่มเติมผ่านเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ได้ ประกันประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อได้ในช่วงวิกฤตที่เกิดจากความเสียหายต่อทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศรุนแรง ภัยธรรมชาติ ปัญหาซัพพลายเชน ข้อพิพาทด้านแรงงาน หรือเหตุการณ์อื่นที่ทำให้ธุรกิจสะดุด ความคุ้มครองนี้มีความสำคัญอย่างมากในกรณีที่รายได้ของธุรกิจหยุดชะงักเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับรายละเอียดของกรมธรรม์ โดยทั่วไปจะครอบคลุมการสูญเสียรายได้จากความเสียหายต่อทรัพย์สินโดยตรง รวมถึงช่วยรองรับค่าใช้จ่ายเพื่อให้ธุรกิจยังดำเนินต่อได้ในช่วงที่ได้รับผลกระทบ
โดยปกติ กรมธรรม์ประเภทนี้มักกำหนดค่าเสียหายส่วนแรก (deductible) และ/หรือระยะเวลารอคอยก่อนที่บริษัทประกันจะเริ่มจ่ายค่าสินไหม นอกจากนี้ ความคุ้มครองอาจมีข้อจำกัดทั้งในด้านระยะเวลาที่คุ้มครอง หรือวงเงินย่อยที่ระบุไว้ภายใต้กรมธรรม์ประกันทรัพย์สินด้วย
ธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของการดำเนินงาน ไม่ว่าจะจากภัยธรรมชาติ ปัญหาซัพพลายเชน หรือการโจมตีทางไซเบอร์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ควรพิจารณาประกันประเภทนี้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ไม่ได้มีเงินสำรองจำนวนมาก แต่ยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน เงินกู้ หรือค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น ๆ หากไม่มีรายได้ต่อเนื่องหรือการชดเชยจากประกัน ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบทางการเงินที่รุนแรงได้
ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมักเป็นส่วนขยายของกรมธรรม์ประกันทรัพย์สิน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นในช่วงฟื้นฟูธุรกิจ ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นหากไม่มีเหตุหยุดชะงัก เมื่อเกิดความเสียหาย ธุรกิจมีหน้าที่ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุด ค่าใช้จ่ายที่ช่วยลดความเสียหายมักอยู่ในความคุ้มครองของการสูญเสียรายได้จากธุรกิจ ตราบใดที่ไม่เกินมูลค่าความเสียหายจริง
การหยุดให้บริการสาธารณูปโภคสามารถครอบคลุมได้ผ่านการขยายความคุ้มครองในกรมธรรม์ Business Interruption โดยทั่วไปจะคุ้มครองการสูญเสียรายได้จากความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ให้บริการ เช่น ไฟฟ้า น้ำ ก๊าซ โทรคมนาคม หรือสาธารณูปโภคอื่น ๆ ทรัพย์สินดังกล่าวอาจรวมถึงสายส่ง (transmission line) โรงงาน สถานีย่อย หรืออุปกรณ์ที่ใช้ให้บริการแก่สถานประกอบการนั้น
อย่างไรก็ตาม ความคุ้มครองอาจมีข้อจำกัด เช่น
ความคุ้มครอง Contingent Business Interruption คือความคุ้มครองการสูญเสียรายได้ของธุรกิจที่เกิดจากความเชื่อมโยงกับคู่ค้าหรือเครือข่ายทางธุรกิจ กล่าวคือ หากทรัพย์สินของซัพพลายเออร์ คู่ค้า หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ธุรกิจเกิดความเสียหาย ถูกทำลาย หรือใช้งานไม่ได้ จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของคุณ ประกันประเภทนี้อาจช่วยชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปได้ โดยทั่วไป ความคุ้มครองจะครอบคลุม ซัพพลายเออร์ที่จัดหาสินค้าหรือบริการให้กับธุรกิจของคุณโดยตรง รวมถึง ลูกค้าหรือคู่ค้าที่รับสินค้าหรือบริการจากคุณโดยตรง อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่ค้าเหล่านี้มักต้องเป็นลักษณะที่อยู่ในขอบเขตความคุ้มครองเดียวกับที่กรมธรรม์ของคุณจะคุ้มครอง หากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของธุรกิจคุณเอง
แม้ความคุ้มครอง Contingent Business Interruption ส่วนใหญ่จะเน้นความสัมพันธ์ทางธุรกิจโดยตรง แต่ในบางกรณีสามารถขยายไปครอบคลุม ซัพพลายเออร์ของซัพพลายเออร์ (Indirect หรือ Second-tier suppliers) ได้ด้วย โดยเงื่อนไขความคุ้มครองลักษณะนี้มักกำหนดให้ต้องระบุรายชื่อซัพพลายเออร์ทางอ้อมไว้ในกรมธรรม์อย่างชัดเจน หรือเป็นไปตามข้อกำหนดอื่นที่บริษัทประกันระบุ
เราเห็นชัดเจนในช่วงการระบาดของโควิด-19 รวมถึงเหตุความไม่สงบในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา ว่าการบริหารความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจอย่างใกล้ชิดมีความสำคัญมากขึ้น หลายธุรกิจจำเป็นต้องปิดดำเนินการชั่วคราว เผชิญปัญหาซัพพลายเชนสะดุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และบางกรณียังได้รับความเสียหายต่อทรัพย์สินโดยตรงอีกด้วย
ทีมที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงของ Marsh สามารถช่วยประเมินปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก รวมถึงช่วยวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กรของคุณ จากนั้นเราจะร่วมกับทีมของคุณวางแผนบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ธุรกิจรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
การวางแผนเชิงป้องกันถือเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงจาก Business Interruption การกำหนดนโยบายและมาตรการที่ช่วยป้องกันปัญหาล่วงหน้าจะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเตรียมแผนรับมือเมื่อเกิดเหตุ รวมถึงการวางความคุ้มครองประกันภัยที่เหมาะสม ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัวได้เร็วหากเกิดการหยุดชะงักจริง
ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงสามารถช่วยปรับความคุ้มครองให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ วางกลยุทธ์ลดความเสี่ยงที่เหมาะสม และให้คำแนะนำในการบริหารการเรียกร้องค่าสินไหม เพื่อให้ธุรกิจได้รับการชดเชยอย่างเหมาะสมเมื่อเกิดความเสียหาย
Growth Leader, Thailand
Thailand
Practice Leader Forensic Accounting & Claims Services, Asia
Australia